จากอุทยานแห่งชาติสิรินาถ,อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ผมขับรถขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ เพื่อไปยังอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ ที่อยู่ห่างจากอำเภอท้ายเหมือง ประมาณ 30 กิโลเมตร เส้นทางสายนี้น่าขับรถมอเตอร์ไซต์เที่ยวมากครับ เพราะว่าเป็นเนินเขา ที่ไล่ระดับสูงต่ำกันไป และเส้นทางที่ขึ้นไปยังอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่นี้ก็ คล้ายๆ กับเส้นทางขึ้นเขาใหญ่ เป็นเส้นทางลัดเลาะไปตามสันเขา มีโค้งให้เทหลายโค้งเหมือนกัน ขับมอไซต์มันส์มากครับ เทซ้าย เทขวา สลับกันไป แต่อย่าใช้ความเร็วมากไปนะครับ จะหลุดโค้งตกเขาได้ง่ายๆ ถนนกว้าง มีรถผ่านสัญจรไม่มาก อากาศดีมากครับ ไม่ค่อยมีแดด แต่ฝนลงเม็ดเล็กน้อย พอถึงที่อุทยานฯเขาหลัก-ลำรู่ ผมก็ไม่รอช้า ลงไปแต้ม หนังสือเดินทางอุทยาน ทันที จากนั้นยังไม่ได้เข้าไปที่อุทยานเลยหรอกครับ ผมขับรถเลยไปอีกนิด เพราะคือว่า เส้นทางนี้จะตั้งเลาะสันเขาไปเรื่อยๆ ลองนึกภาพดูซิครับ ด้านซ้ายก็ทะเล ด้านขวาก็ภูเขา เหมือนในโฆษณา หรือหนังที่เราเห็นเลย ขับไปได้ระยะหนึ่ง มีจุดชมวิว ผมไม่แน่ใจว่าใช่จุดชมวิวหรือเปล่า เพราะดูมันโล่งๆ และมีทางเดิน ก็เลยถ่ายรูปมานิดหน่อย เพราะอากาศตอนนี้ไม่ค่อยสวยนัก เป็นตอนบ่ายๆ ที่แดดส่องมาทางผมพอดี ฟ้าจะขาวๆ ถ่ายแล้วไม่สวยเลยครับ หลังจากนั้นก็ย้อนกลับไป เสียค่าเข้าอุทยาน 10 บาท พอเป็นพิธี ที่อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่นี้มีเส้นทางที่เดินไปยังจุดชมวิวได้ จุดชมวิวจะอยู่ติดกับชายทะเลครับ แต่เป็นโขดหิน ไม่ใช่หาดทรายจึงเล่นน้ำไม่ได้ เส้นทางยังมีอีกแต่ผมไม่ได้เดินจนทั่วเพราะว่าเวลาจำกัด จึงได้หยุดพักซักแป๊บหนึ่งแล้วก็ ซิ่งรถกลับ



วันที่ 2 ของทริปภูเก็ต วันนี้ตื่นแต่เช้าเลยครับ เพราะอยากไปดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่ว่าฝนช่างเป็นใจ ลงเม็ดแต่เช้าเลยทำให้อากาศค่อนข้างหนาว ต้องหาคนข้างๆมากอด ^^ วันนี้ก็ได้ทริปที่ไร้จุดมุ่งหมายอีกแล้ว เพราะไม่ได้เตรียมตัวมาเลยจริงๆว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ เพื่อแต้มตราของอุทยาน จะให้เดินไปก็กระไรอยู่ เพราะคงไปได้ไม่ไกลนัก ผมจึงเช่ามอเตอร์ไซต์ 1 วัน ในราคา 200 บาท น้ำมันเต็มถัง ก่อนอื่นเลยก็จะลองขึ้นไปตามหาดเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ค่อยชินกับเส้นทางนัก จึงได้ขอแผนที่ภูเก็ตมาดู จึงได้จุดหมายใกล้ๆ คือหาดในทอน ซึ่งอยู่ติดกับหาดในยางนี่เอง พอขับไปก็มีสายฝนโปรยลงมาเล็กน้อย เมื่อผมถ่ายรูปที่หน้าหาดอยู่ ก็เห็นมรสุมที่กำลังพัดพาเข้ามา เป็นเงาดำทะมึนมาแต่ไกล ชั่วอึดใจเดียวขณะที่กำลังจะสตาร์ทรถกลับนั้นเอง ฝนก็เทกระหน่ำลงมาทำเอาผมแทบตั้งตัวไม่ทัน พอขับวนกลับได้ไม่ถึงนาที ฝนก็กระหน่ำลงมาอย่างหนัก จึงจอดแวะที่ศาลาริมหาด ในตอนแรกคิดว่า

หลายคนสงสัยว่า เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า ทำไมถึงเป็นทริปภูเก็ต แต่ไม่ได้เที่ยวภูเก็ต ไม่ผิดแน่นอนครับ ผมเองไปภูเก็ตเมื่อวันที่ 26-29 ก.ค. 2552 ที่่ผ่านมา ทริปนี้ไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปเลย เพราะว่าใจจริงไม่ได้จะลงไปเที่ยวครับ จะลงไปหาสุดที่รัก ที่ไปประชุมอยู่ที่นั่น
โดยการเดินทางของผมเริ่มต้นที่ จ.สุราษฏร์ธานี เอ๊ะ ทำไมไม่เริ่มที่ หมอชิต หรือสายใต้ใหม่ละ? พอดีว่าเพื่อนผมแต่งงานที่ สุราษฯ ในวันที่ 25 ผมจึงลงไปพร้อมๆ กับเพื่อนครับ ทำให้สบายขึ้น ไม่ต้องแบกกระเป๋าไปขนส่ง เล่ากันต่อ ผมนั่งรถสาย สุราษฯ – ภูเก็ต ซื้อตั๋ว ราคา 290 บาท เป็นรถของบริษัท PP Service ที่ตลาดเกษตร 2 รถบัส ออกเวลา 09.40 น. ทีแรกที่ผมซื้อตั๋วนั้นเป็นรถตู้ แต่พอทางคนขายตั๋วเขาลองโทรไปสอบถามกับคนขับรถตู้ว่า กระเป๋าใหญ่ไปได้มั้ย ปรากฏว่าไปไม่ได้ ผมจึงต้องนั่งรถบัสไป
































Recent Comments