วันที่ 2 ของทริปภูเก็ต วันนี้ตื่นแต่เช้าเลยครับ เพราะอยากไปดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่ว่าฝนช่างเป็นใจ ลงเม็ดแต่เช้าเลยทำให้อากาศค่อนข้างหนาว ต้องหาคนข้างๆมากอด ^^ วันนี้ก็ได้ทริปที่ไร้จุดมุ่งหมายอีกแล้ว เพราะไม่ได้เตรียมตัวมาเลยจริงๆว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ เพื่อแต้มตราของอุทยาน จะให้เดินไปก็กระไรอยู่ เพราะคงไปได้ไม่ไกลนัก ผมจึงเช่ามอเตอร์ไซต์ 1 วัน ในราคา 200 บาท น้ำมันเต็มถัง ก่อนอื่นเลยก็จะลองขึ้นไปตามหาดเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ค่อยชินกับเส้นทางนัก จึงได้ขอแผนที่ภูเก็ตมาดู จึงได้จุดหมายใกล้ๆ คือหาดในทอน ซึ่งอยู่ติดกับหาดในยางนี่เอง พอขับไปก็มีสายฝนโปรยลงมาเล็กน้อย เมื่อผมถ่ายรูปที่หน้าหาดอยู่ ก็เห็นมรสุมที่กำลังพัดพาเข้ามา เป็นเงาดำทะมึนมาแต่ไกล ชั่วอึดใจเดียวขณะที่กำลังจะสตาร์ทรถกลับนั้นเอง ฝนก็เทกระหน่ำลงมาทำเอาผมแทบตั้งตัวไม่ทัน พอขับวนกลับได้ไม่ถึงนาที ฝนก็กระหน่ำลงมาอย่างหนัก จึงจอดแวะที่ศาลาริมหาด ในตอนแรกคิดว่า




หลายคนสงสัยว่า เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า ทำไมถึงเป็นทริปภูเก็ต แต่ไม่ได้เที่ยวภูเก็ต ไม่ผิดแน่นอนครับ ผมเองไปภูเก็ตเมื่อวันที่ 26-29 ก.ค. 2552 ที่่ผ่านมา ทริปนี้ไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปเลย เพราะว่าใจจริงไม่ได้จะลงไปเที่ยวครับ จะลงไปหาสุดที่รัก ที่ไปประชุมอยู่ที่นั่น
โดยการเดินทางของผมเริ่มต้นที่ จ.สุราษฏร์ธานี เอ๊ะ ทำไมไม่เริ่มที่ หมอชิต หรือสายใต้ใหม่ละ? พอดีว่าเพื่อนผมแต่งงานที่ สุราษฯ ในวันที่ 25 ผมจึงลงไปพร้อมๆ กับเพื่อนครับ ทำให้สบายขึ้น ไม่ต้องแบกกระเป๋าไปขนส่ง เล่ากันต่อ ผมนั่งรถสาย สุราษฯ – ภูเก็ต ซื้อตั๋ว ราคา 290 บาท เป็นรถของบริษัท PP Service ที่ตลาดเกษตร 2 รถบัส ออกเวลา 09.40 น. ทีแรกที่ผมซื้อตั๋วนั้นเป็นรถตู้ แต่พอทางคนขายตั๋วเขาลองโทรไปสอบถามกับคนขับรถตู้ว่า กระเป๋าใหญ่ไปได้มั้ย ปรากฏว่าไปไม่ได้ ผมจึงต้องนั่งรถบัสไป


นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า กรมอุทยานฯ ได้ออกประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวและการเข้ามาพักแรมในเขตอุทยานแห่งชาติทั่ว ประเทศรวม 44 แห่ง เพิ่มเติม เนื่องจากต้องการให้แหล่งท่องเที่ยวและธรรมชาติได้มีการฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ และเกิดการกระจายตัวของการท่องเที่ยวในแหล่งอื่นๆ บ้าง ประกอบกับมีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งมีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งอาจไม่ปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยให้ลดค่าธรรมเนียมเข้าชม อุทยานฯ จำนวน 50% เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ 16 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ล่าสุดคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติขยายเวลาลดค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานฯ ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้
อุทยานแห่งชาติ 44 แห่งที่ปิดการท่องเที่ยวและการเข้าพักแรม ได้แก่
1. เขาใหญ่ บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติ จุดชมวิวผาเดียวดาว ตั้งแต่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2552
2. เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด บริเวณเกาะทะลุและเกาะกุฎี ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม-30 กันยายน 2552
3. แก่งกระจาน บริเวณบ้านกร่างและเขาพะเนินทุ่ง และเส้นทางชมบัวผุด กม.111 ตั้งแต่ 1 สิงหาคม-31 ตุลาคม 2552
4. เขาสก บริเวณน้ำตกสิบเอ็ดชั้น น้ำตกบางเลียบน้ำ น้ำตกโตนกลอย น้ำตกธารสวรรค์ ถ้ำน้ำทะลุ ถ้ำสี่รู ถ้ค้างคาว ตั้งแต่ 1 มิถุนายน-14 ธันวาคม 2552

เมื่อเดือนที่แล้วผมได้กลับไปที่ตลาดสามชุก ที่ จ.สุพรรณบุรี อีกครั้ง ซึ่งก็ไปไม่บ่อยนัก แต่ก็หลายครั้งแล้ว ซึ่งครั้งล่าสุดนี้ผมได้เห็นการพัฒนาที่เกิน ขอใช้คำว่าเกินนะครับ เพราะบรรยากาศต่างกับครั้งแรกที่ผมไปมากๆ มันไม่ใช่ตลาดเก่าแก่ และเงียบสงบอีกต่อไปแล้ว เพราะมันคึกคักมาก ผู้คนจากทุกสารทิศ หลั่งไหลมารวมกันที่นี่ จนแน่นขนัด ร้านค่าต่างๆ ก็แต่งร้านใหม่ มีสินค้าใหม่ๆ พูดง่ายๆคือ สินค้าทั่วๆไป หรือของที่ทำมาขายเป็นพิเศษ เริ่มมากขึ้น ของกินเยอะขึ้น ทำให้ตลาดขนาด 4 บล็อค แออัดไปทันที มีร้านค้าจร ที่มาวางขายสินค้าอยู่เ็ต็มไปหมด
ในวันเสาร์อาิทิตย์เราจะเห็น “ลูกสาว” ของบรรดาร้านค้า มาช่วยขายของด้วย ซึ่งก็ช่วยเรียกสายตาจากหนุ่มๆ ได้เยอะเลยครับ ที่คิดแบบนี้เพราะสังเกตุจากหลายๆร้าน อาจจะเป็นเทคนิคการขายก็ได้ อันนี้ผมไม่ทราบเหตุผลจริงๆ เพราะไม่กล้าถาม ^^;


ตลาดลาดชะโดก่อตั้งมาเป็นเวลากว่า 100 ปี โดยพัฒนามาจากตลาดน้ำ เดิมชุมชนชาวจีนสร้างเรือนแพทรงไทยค้าขายสองฝั่งคลอง เกิดเป็นรูปแบบตลาดน้ำ ต่อมาได้ใช้พื้นที่ริมน้ำซึ่งเป็นของวัดลาดชะโด สร้างตลาดไม้ใต้ถุนสูงพ้นน้ำเพื่อค้าขาย แล้วขยายเข้าไปสูงฝั่งเรื่อยๆ จำนวนเกือบร้อยคูหา ในอดีตมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก

ได้ยินกิตติศัพท์ของที่นี่มานานพอสมควรแล้ว เมื่อมีโอกาสได้ไป ก็ไม่ลืมเก็บภาพมาฝากชาว ทอล์คทูทริปครับ ที่ตลาดสามชุกนี้เป็นตลาดเก่าแ่ก่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ของจังหวัดสุพรรณบุรีที่ยังคงกลิ่นไอของความขลัง เก่าแก่ และบรรยากาศเดิมๆ ไว้เป็นอย่างดี มีนักท่องเที่ยวไปเยือนตลาดเยอะมาก รายการทีวีหลายรายการก็ไปถ่ายที่นี่ มีร้านบ้านโค๊ก ที่เป็นร้านที่มีชื่อเสียงมากในตลาด เพราะเมื่อเข้าไปในร้านแล้ว คุณจะต้องตะลึุงกับผลิตภัณฑ์จากโค๊ก แทบทุกชิ้นจากมุมโลก ได้รวมไว้ที่นี่เลยครับ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์โค๊กเลยก็ว่าได้ และที่หนึ่งที่ใครไปก็ต้องเข้าไปเยี่ยมชมก็คือ พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์ เป็นบ้านไม้ ที่ตกแต่งใหม่ พื้นบ้านขัดจนเงาวับเลยครับ มีของใช้ที่ยังคงเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เช่นหมอนรองฝิ่น ตู้เย็นสมัยก่อน โต๊ะ เก้าอี้ ที่นอน และจานชามต่างๆ และที่นี่ก็มีร้านถ่ายรูปโบราณ เป็นร้านที่รับถ่ายรูปมานานแล้ว ภาพที่ถ่ายเป็นภาพขาวดำ ทำให้ดูโบราณจริง ๆ ครับ มีดาราหลายคนได้มาถ่ายรูปไวกับร้านนี้ด้วย

















Recent Comments